สสจ.สมุทรสาครลงปรับโมเดลเรือนจำนราฯ รองรับผู้ต้องขังติดเชื้อโควิด19

นราธิวาส/ภาพ/ข่าว-นูอารีซ๊ะ ยะยือริสสจ.สมุทรสาครลงปรับโมเดลเรือนจำนราฯ รองรับผู้ต้องขังติดเชื้อโควิด19เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 6 เม.ย. 64 ณ เรือนจำกลางนราธิวาส นางนิภา งามไตรไร ผู้บัญชาการเรือนจำกลางสงขลา ปฏิบัติหน้าที่ผู้บัญชาการเรือนจำประธานเขต 9 ได้เดินทางมาสนับสนุนเงินค่าใช้จ่ายและวัสดุอุปกรณ์สำหรับใช้ภายในโรงพยาบาลสนาม ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 ซึ่งประกอบด้วย หน้ากากอนามัย ถุงมือ เครื่องวัดอุณหภูมิสแกนฝ่ามือ เครื่องวัดอุณหภูมิอินฟาเรด แอลกอฮอร์เจล ที่ยังมีไม่เพียงพอสำหรับให้ผู้ต้องขัง เจ้าหน้าที่เรือนจำและผู้ที่เกี่ยวข้องไว้ใช้ หลังจากที่นายแพทย์นเรศฤทธิ์ ขัดธะสีมา สสจ.สมุทรสาคร ได้เดินทางมาสนับสนุนในการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามภายในเรือนจำนราธิวาส โดยใช้โมเดลจาก จ.สมุทรสาคร ที่สามารถเข้าควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 ให้อยู่ในวงจำกัดได้ ที่สถานการณ์สาหัสสากันกว่าพื้นที่ จ.นราธิวาสมาก โดยมีนายพัศ พงศ์ ใจคล่องแคล่ว ผู้บัญชาการเรือนจำกลางนราธิวาส เป็นผู้รับมอบในส่วนของโมเดลจาก จ.สมุทรสาคร มีแผนผังจัดตั้งโรงพยาบาลสนามภายในเรือนจำนราธิวาส ดังนี้ ใช้พื้นที่แดน 2 และแดน 6 สำหรับให้ผู้ติดเชื้อนอนรักษา ซึ่งสามารถรองรับได้ 800 คน โดยเบื้องต้นได้แยกผู้ต้องขังกลุ่มสี่ยงที่มีอายุมาก รวมทั้งผู้ต้องขังที่มีโรคประจำตัว มาคัดกรองรายละเอียดเป็นรายบุคคล หากพบเชื้อจะส่งไปอยู่แดน 2 และแดน 6 ประการสำคัญมีการบล็อบพื้นที่แดน 5 และ 7 ที่เคยใช้เป็นพื้นที่รวมตัวจัดกิจกรรมและซ้อมกิจกรรม ซึ่งถือว่าเป็นพื้นที่เพาะเชื้อไวรัสโควิด19 ที่ 4 ผู้ต้องขังที่ได้เดินทางไปร่วมกิจกรรมที่ จ.สุราษฎร์ธานี แล้วเจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบเชื้อ นอกจากนี้ภายในเรือนจำผู้ต้องขังทั้งหมด จะมีของส่วนตัวใช้แยกเป็นของใครของมัน รวมทั้งน้ำดื่มจะมีการแจกให้รับประทานเป็นขวดใครขวดมันด้านนายพัศพงศ์ ใจคล่องแคล่ว ผู้บัญชาการเรือนจำกลางนราธิวาส เปิดเผยว่า จากการตรวจคัดกรองผู้ต้องขัง 631 คน จากยอดรวมทั้งสิ้น 2,334 คน พบติดเชื้อโควิด 127 คน ซึ่งเพิ่มเติมจากการติดเชื้อจากวานนี้ 1 คน ซึ่งทุกคนไม่มีอาการรุนแรง ยกเว้น 4 คน ที่นอนรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ และทางนายแพทย์นเรศฤทธิ์ ขัตธะสีมา สสจ.สมุทรสาคร ได้คัดกรองผู้ติดเชื้อ 92 คน จากยอดรวม 127 คน ถ้าไม่มีอาการภายใน 10 วัน ทางการแพทย์ถือว่ามีภูมิคุ้มกันแล้ว สามารถแยกไปอยู่แดนต้องขัง 4 และ 7 ที่ใช้เป็นแดนพื้นที่ปลอดเชื้อนอกจากนี้ นายพัศพงศ์ ใจคล่องแคล่ว ผู้บัญชาการเรือนจำกลางนราธิวาส ยังได้กล่าวเพิ่มเติมอีกด้วยว่า ตนจะประสานไปยังหัวหน้าศาล จ.นราธิวาส กรณีผู้ต้องขังต่างด้าวจะไม่อนุญาตให้ออกจากเรือนจำ จะใช้วิธี วีดีโอคอนเฟอร์เรนในการฝากขังตัดสิ้นคดีความแทน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดและติดเชื้อไวรัสโควิด19 จากภายนอกเข้ามาสู่เรือนจำด้านนางนิภา งามไตรไร ผู้บัญชาการเรือนจำกลางสงขลา ปฏิบัติหน้าที่ผู้บัญชาการเรือนจำประธานเขต 9 กล่าวว่า ขอฝากไปยังพี่น้องประชาชนไม่ตกกังวลเรื่องของการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด19 เพราะเรามีมาตรการความพร้อมในการควบคุมไม่ให้มีการแพร่ระบาดไปสู่ภายนอก ประการสำคัญทางโรงพยาบาลสนาม ยังมีความต้องการใช้อุปกรณ์ต่างๆเป็นจำนวนมาก ท่านใดต้องการบริจาดสามารถนำมาบริจาดให้กับเจ้าหน้าที่ได้โดยไม่มีวันหยุดส่วนความคืบหน้ากรณีผู้ที่เดินทางไปร่วมกิจกรรมที่ จ.สุราษฎร์ธานี ทั้งผู้ต้องขังและเยาวชนกลุ่มต่างๆ จำนวน 200 คน จาก 15 องค์กร ซึ่งแยกกักตัวหลังจากเดินทางมารายงานตัวและคัดกรองกับเจ้าหน้าที่แล้ว ตามโรงเรียนหรือบ้านพัก พบว่า 1 ใน จำนวน 200 คน ที่กักตัวในสถานที่ศึกษาแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.เมืองนราธิวาส มีอาการไข้ และได้ถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก แล้วhttps://youtu.be/0hx8jG26vfo